Home  
  พิมพ์ |     ส่งให้เพื่อน

ที่มา " เรียนรอบโลก "
  ผู้เขียน : ชูชัย www.pieindiastudy.com
 
:: รู้จักการศึกษาต่ออินเดีย


 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 

          Mr.William H. Gates (Chairman and Chief Software Architect Microsoft Corporation) หรือที่รู้จักกันในนาม บิลล์ เกตส์ เคยกล่าวไว้ว่า ?...after the Chinese, South Indians are the smartest people in the world.? แปลได้ว่า ?หลังจากคนจีนแล้ว คนอินเดียตอนใต้นับได้ว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก? 
          ทำไมมหาเศรษฐีอัจฉริยะอย่างเขาถึงกล้ากล่าวเช่นนั้น และทำไมรายการ 60 minutes ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ CBS ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงของสหรัฐอเมริกายังกล้าที่จะบอกว่า IIT (Indian Institute of Technology) = Harvard+MIT+Princeton 
          ความกล้าเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่แปลกสำหรับผู้ที่รู้จักอินเดียจริง ๆ แต่หากกล่าวกับบุคคลทั่วไปคงจะนึกถึงอินเดียในภาพของความแตกต่างทางชนชั้นที่มีอย่างมหาศาลระหว่างคนจนและคนรวย รวมไปถึงประเทศที่มีสลัมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และวัฒนธรรมที่คงอยู่ในรูปแบบที่เคร่งครัด 
          ส่วนคนที่รู้จักหรือเคยสัมผัสประเทศนี้จริงอาจมองข้ามไปถึงภาพของตึกระฟ้าในมหานครใหญ่ ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจระดับแถวหน้าของโลก และการศึกษาที่โดดเด่น โดยเฉพาะด้าน IT การแพทย์-เภสัชศาสตร์ และบริหารธุรกิจ
          ในอดีตอินเดียเคยอยู่ในความปกครองของอังกฤษ อังกฤษจึงวางรากฐานการศึกษาไว้มากมาย ที่สำคัญอินเดียเองก็ตระหนักถึงจำนวนประชากรที่มีอยู่อย่างคณานับ การจะยกระดับคุณภาพชีวิตจำเป็นต้องใช้การศึกษาเป็นตัวนำ รากฐานการศึกษาที่แข็งแกร่งจึงถูกวางมานับร้อยปี ปัจจุบันนักเรียนจากอังกฤษ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา จึงหลั่งไหลเข้าสู่อินเดียอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยของการศึกษาที่ดี ราคาที่ถูก และที่สำคัญคือระเบียบวินัยของชีวิตที่ชัดเจนและแตกต่าง
          คนไทยเริ่มส่งลูกหลานไปศึกษาต่อที่อินเดียตั้งแต่สมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 
          นักเรียนส่วนใหญ่เป็นลูกเจ้าขุนมูลนาย ทว่าในปัจจุบันกระแสของประเทศนี้ได้แรงขึ้น จนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นักเรียนไทยรวมถึงชาติอื่น ๆ มีการกระจุกตัวอยู่ทางตอนเหนือร่วมหมื่นคน แนวโน้ม ณ วันนี้จึงหันมามองทางตอนใต้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลอินเดียสนับสนุนให้เมืองทางตอนใต้อย่างบังกาลอร์ เป็นเมือง Super IT ของโลก และเชนไน เป็นเมืองด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมหนัก 
          ชาวต่างชาติจึงเบนเข็มมาเมืองทางตอนใต้มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งเสริมให้เมืองทางตอนใต้มีมหาวิทยาลัยติดอันดับสูง ๆ ของประเทศจำนวนมาก และโรงเรียนที่มีเด็กสอบได้คะแนนสูงสุดของอินเดีย โดยเฉพาะใน 2 เมืองที่กล่าวมา 
          การเดินทางที่สะดวก ผนวกกับสภาพภูมิอากาศก็ยังเป็นสิ่งที่เอื้อมากกว่าทางตอนเหนือที่หนาวจัดหรือร้อนจัด อย่างเมืองการศึกษาเก่าแก่เช่นเดลี บางปีอุณหภูมิใกล้ 0 องศา และบางวันในหน้าร้อนอุณหภูมิพุ่งสูงเฉียด 50 องศา
          สำหรับคนไทยทุกวันนี้ เราสังเกตได้อย่างชัดเจนว่า มีความนิยมในการส่งบุตรหลานไปต่อระดับประถมและมัธยมมากขึ้นกว่าอดีตเป็นเท่าตัว กระนั้นก็ตาม ผู้ปกครองทั้งที่ส่งบุตรหลานไปแล้ว หรือยังไม่ได้ส่งไป มักไม่มีความรู้อย่างชัดเจนในเรื่องระบบการศึกษาของอินเดียที่มีอยู่มากมาย อาทิ ICSE ISC CBSE Matrix NIOS IB IGCSE Pre-University ฯลฯ สับสนทั้งระบบและรูปแบบการเรียน การเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการ การไปเรียนต่อต่างประเทศ และเงื่อนไขการรับเขาศึกษาต่อ
          เช่นกันสำหรับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย นักศึกษายังไม่แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยที่ไปนั้นได้รับการรับรองจาก ก.พ.หรือไม่ อันดับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร เงื่อนไขการรับเข้า ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีคำถามที่พบบ่อยว่า สามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้หรือไม่ ทุนการศึกษาจะขออย่างไร ขอได้จริงหรือ 
          เหล่านี้เป็นข้อกังขาที่เราจะมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นในฉบับต่อ ๆ ไป รวมถึงผู้ที่สนใจเรียนภาษาและคอร์สพิเศษอื่น ๆ
       
   สถิติที่น่าสนใจบางประการ 
        
  38% ของแพทย์ในสหรัฐอเมริกา
          36% ของเจ้าหน้าที่ในองค์กร NASA
          34% ของพนักงาน Microsoft
          28% ของพนักงาน IBM
          17% ของพนักงาน INTEL
          12% ของนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา 
       
   ทั้งหมดนี้เป็นชาวอินเดีย

          (ดาวน์โหลดข้อความพิมพ์ 60106039 แล้วส่ง SMS มาที่ 4264444)

 




 
  อ่านข่าวย้อนหลัง...ในหมวดเดียวกัน
   Bath, Salisbury and Stonehenge ...
   เทศกาลดนตรีประจำปี ...
   California State University East Bay ...
   นักเรียนทุนบุกลอนดอน ...
   เรียนอินเดียประหยัดค่าใช้จ่าย ...