| |
| ที่มา "
เรียนรอบโลก
" |
|
ผู้เขียน : พสิษฐ์ จงภักดี bhasidt@gmail.com |
| |
:: เตรียมใจไปเรียนนอก
เตรียมพร้อมทำประกัน (2)
นักเรียน นักศึกษาหลายคนหงุดหงิด มีปัญหาคับข้องใจ เพราะไม่รู้จะปรึกษาใคร เมื่อต้องเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อเบิกเคลมประกันสุขภาพ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เมื่อจ่ายเงินไปแล้วมักจะละเลย ไม่เก็บรักษาใบเสร็จรับเงินและใบรับรองแพทย์ไว้ เนื่องจากความเคยชินเมื่อครั้งอยู่เมืองไทยที่ไม่คุ้นเคยเรื่องการเคลมประกัน ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น การประกันสุขภาพถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญมาก มีข้อเตือนใจอีกอย่างคือ ยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัวไม่สามารถเบิกได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตระหนักถึงรายละเอียดที่มีอยู่ในกรมธรรม์ ถึงแม้ว่าเนื้อหานั้นจะเป็นภาษาประกันเชิงกฎหมายที่อ่านแล้วเข้าใจยากก็ตาม แต่ควรศึกษาไว้เป็นความรู้ทั่วไป หรือเมื่อต้องการก็ไม่รู้ว่าเก็บกรมธรรม์ไว้ที่แห่งหนใด หรือบางคนเมื่อได้รับอนุมัติวีซ่าแล้วไม่ได้นำกรมธรรม์ติดตัวไปด้วย เหล่านี้เป็นปัญหาจุกจิกกวนใจที่พบบ่อย วิธีแก้ไขเฉพาะหน้าอย่างง่ายคือ เมื่อใดก็ตามที่ไปพบแพทย์หรือซื้อยาที่ร้านขายยาตามใบสั่งแพทย์ ต้องขอใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงินทุกครั้งเพื่อนำมาใช้ประกอบการเคลม ซึ่งต้องเป็นเอกสารตัวจริงเท่านั้น ใช้สำเนาเอกสารแทนไม่ได้ มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาทุกแห่งจะบังคับให้นักศึกษาต่างชาติทุกคนต้องซื้อประกันสุขภาพแบบรายปี เพื่อมั่นใจว่าหากนักศึกษารายใดมีอาการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จะมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาพยาบาลแน่นอน หรือถ้ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากในการส่งศพกลับ เพราะมีทั้งเรื่องระเบียบการขนส่งทางอากาศและสาธารณสุขเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทประกันจะเป็นคนกลางในการจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ประสิทธิภาพมากกว่าดำเนินการเอง การบังคับนี้เป็นไปเพื่อลดความรับผิดชอบและภาระผูกพันของประเทศเจ้าบ้าน อาทิ Texas A&M University มีเงื่อนไขหลายประการที่กำหนดไว้ ดังนี้ 1.ต้องมีวงเงินค่ารักษาเรื่องการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ ขั้นต่ำ 50,000 USD ต่อปี 2.ต้องมีค่าเคลื่อนย้ายเพื่อกลับไปรักษาในประเทศถิ่นฐานของผู้เรียน ขั้นต่ำ 10,000 USD ต่อปี 3.ต้องมีค่าส่งศพกลับประเทศ ขั้นต่ำ 7,500 USD ต่อปี 4.ต้องมีความรับผิดชอบส่วนแรกสำหรับค่ารักษาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ ไม่เกิน 500 USD ต่อครั้ง (ค่ารักษาที่ไม่เกิน 500 USD แรก นักศึกษาจะต้องสำรองจ่ายเอง ไม่สามารถเบิกเคลมได้) 5.นักศึกษาที่มีกรมธรรม์ที่ออกให้โดยบริษัทประกันในประเทศของตัวเอง บริษัทประกันต้องได้รับคะแนนการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน (Credit Rating) ในระดับ A- เป็นอย่างน้อย จากสถาบันจัดอันดับ เช่น Standard & Poors, A.M. Best, Moody หรือ Fitch Rating เป็นต้น ถ้าไม่ต้องการทำประกันเพิ่มอีก นักศึกษาไทยสามารถทำเรื่องขอยกเว้นได้โดยนำกรมธรรม์ตัวจริงมาแสดง ว่ามีความคุ้มครองเทียบเท่าหรือมากกว่าที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ แล้วกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม (Waiver Form) ทั้งนี้ ต้องขอหนังสือรับรองการประกันภัยจากบริษัทประกันที่ระบุผลประโยชน์ความคุ้มครองที่มีการแปลงค่าเงินเป็น USD เรียบร้อยแล้ว นำมายื่นพร้อมกับกรมธรรม์ตอนลงทะเบียนเรียนด้วย (โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันในสหรัฐอเมริกาจะแพงกว่าในเมืองไทยเกือบ 2 เท่า แต่มีความคุ้มครองที่น้อยกว่า) และเช่นกันกรมธรรม์ทุกประเภทย่อมมีข้อยกเว้นเสมอ นักศึกษาไทยส่วนใหญ่เมื่อทำประกันกับทางมหาวิทยาลัยแล้วก็ไม่ได้ศึกษาความคุ้มครองและข้อยกเว้นให้ละเอียด เพราะความคุ้มครองนั้นได้ระบุให้เข้ารักษาในโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยที่จะรักษาอาการของโรคหรือการบาดเจ็บนั้น ๆ ทางโรงพยาบาลจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ที่มีความพร้อมมากกว่า หมายความว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วต้องไปพบแพทย์ที่คลินิกที่อยู่ใกล้สถานที่พักอย่างกะทันหัน หรือซื้อยาเร่งด่วนนอกโรงพยาบาล จะเบิกเคลมประกันไม่ได้เลย และจะเกิดปัญหาตามมาถ้าหากนักศึกษาเดินทางไปท่องเที่ยวต่างเมืองกับเพื่อน ๆ ยามปิดภาคเรียน หรือเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย เพราะฉะนั้นการเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยอ่านเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นต่าง ๆ ในกรมธรรม์ให้ละเอียดถี่ถ้วน จะช่วยรักษาผลประโยชน์ที่ควรได้และได้รับประโยชน์ที่พึงมีจากการทำประกัน เพียงเท่านี้ก็สบายใจทั้งผู้ปกครองและนักศึกษาในต่างแดน ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.pieindiastudy.com หรือ 0-2278-3808
(ดาวน์โหลดข้อความพิมพ์ 60106040 แล้วส่ง SMS มาที่ 4264444)
|
|
| |
อ่านข่าวย้อนหลัง...ในหมวดเดียวกัน |
เพื่อนคู่คิด ยามไกลบ้าน ... |
หารายได้เสริมระหว่างเรียน ... |
เตรียมใจไปเรียนนอก ... |
บริหารการเงินอย่างมืออาชีพ ... |
เตรียมใจไปเรียนนอก ... |