Home  
  พิมพ์ |     ส่งให้เพื่อน

ที่มา " เรียนรอบโลก "
  ผู้เขียน : ชูชัย www.pieindiastudy.com
 
:: ระบบการศึกษาของอินเดีย


 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 
 
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
 
 

          หลังจากที่ได้เขียนถึงภาพรวมทางการศึกษาของประเทศอินเดียในฉบับที่แล้ว และมีการออกอากาศสัมภาษณ์สดทางวิทยุ ปรากฏว่ามีผู้ปกครองจำนวนมากให้ความสนใจสอบถามถึงการส่งลูกหลานไปเรียนในระดับประถมและมัธยมจำนวนมาก ในฉบับนี้จึงขอกล่าวถึงระบบการเรียนเพื่อให้ผู้ปกครองหายสงสัยกันพอสังเขป
       
   ระบบการเรียนของอินเดีย หากกล่าวง่าย ๆ โดยไม่รวมถึงระดับอนุบาลสามารถแบ่งได้ดังนี้
          1.ระดับ Primary Years หรือประถมศึกษา เรียนเกรด 1-5 (ป.1-ป.5) อายุเฉลี่ยระหว่าง 6-11 ปี
          2.ระดับ Secondary Years หรือมัธยมต้น เรียนเกรด 6-10 (ป.6-ม.4) อายุเฉลี่ยระหว่าง 11-15 ปี ใน
          ระดับนี้นักเรียนจะเริ่มเรียนวิชาด้านฟิสิกส์ เคมี และชีวะ รวมถึงคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
          3.ระดับ Higher Secondary Years หรือมัธยมปลาย เรียนเกรด 11-12 (ม.5-ม.6) อายุเฉลี่ยระหว่าง 16-17 ปี โดยในระดับนี้จะมีการเรียนแบ่งแยกสายวิทย์และศิลป์โดยชัดเจน
          อย่างไรก็ตาม ยังมีรูปแบบการแบ่งอีกหลายประเภทขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่ได้รับการควบคุมจากหน่วยงานที่แตกต่างกัน อาจจะมีทั้งประถมต้นและประถมปลาย มัธยมต้นและมัธยมปลาย เป็นต้น
          หลักสูตรการศึกษาในอินเดียแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ แนวทางของประเทศอินเดีย และแนวทางของต่างประเทศ หรือที่เรียกว่าระบบ International ซึ่งในความเป็นจริงตัวหลักสูตรไม่ได้รับการควบคุมดูแลจากรัฐบาลของประเทศอินเดีย หลักสูตร International ที่ผู้ปกครองทราบโดยทั่วไป คือ IGCSE ของ Cambridge University ประเทศอังกฤษ และ IB Program ตามข้อตกลงการศึกษาเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในที่นี้ขอกล่าวถึงหลักสูตรการศึกษาของอินเดียเป็นอันดับแรก
         
หลักสูตรการศึกษาของอินเดียมีอยู่มากมาย แต่ผู้ปกครองมักทราบเพียงระบบ ICSE และ CBSE เท่านั้น เราขอขยายความเข้าใจเพิ่มเติมดังหลักสูตรต่อไปนี้
          1.Matriculation หรือระบบ State Board เป็นระบบที่มีรากฐานเก่าแก่ที่สุด เป็นระบบที่รัฐบาลกลางให้อำนาจรัฐบาลประจำรัฐเป็นผู้ควบคุมหลักสูตร แบ่งสาขาวิชาออกเป็น วิทย์-การแพทย์ วิทย์-วิศวะ วิทย์-คอมพิวเตอร์ ศิลป์-ธุรกิจคอมพิวเตอร์ และศิลป์-ธุรกิจเศรษฐศาสตร์ การเรียนในระบบนี้โดยมากจะเป็นภาษาอังกฤษล้วน การเรียนหนัก มีวิชาบังคับมาก เน้นหลักการพอสมควร เมื่อเรียนจบ เกรด 10 และ 12 จะมีข้อสอบกลางจากรัฐบาลวัดผล การเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการมักไม่มีปัญหาเพราะวิชาบังคับครบถ้วน
          2.CBSE เกิดเมื่อปี 1962 การเรียนอาจใช้ภาษาอังกฤษล้วนหรือไม่ก็ได้เนื่องจากมีบางรายวิชาอาจสอนเป็นภาษาฮินดี หรือบางแห่งไม่ใช้ภาษาอังกฤษเลย ขึ้นอยู่กับโรงเรียนแต่ละแห่ง เมื่อนักเรียนเรียนจบเกรด 10 จะต้องสอบ AISSE ซึ่งเป็นข้อสอบกลาง สำหรับวัดผลเพื่อเรียนในระดับสูงต่อไป คือ เกรด 11-12 และหลังจากเกรด 12 จะมีข้อสอบกลางที่เรียกว่า AISSCE วัดผลอีกครั้งก่อนเข้ามหาวิทยาลัย การเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการขึ้นอยู่กับโรงเรียนว่ามีรายวิชาครบถ้วน 5 สาขาหรือไม่ ปัจจุบันมีโรงเรียนในระบบนี้นับหมื่นแห่ง
          3.ICSE-ISC เป็นระบบที่ใหม่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 1986 เพื่อจัดหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษล้วนเท่านั้น ระบบนี้ได้รับการเทียบหลักสูตรจาก University of Scotland ระดับมัธยมต้น เรียน 7 วิชาจากกลุ่มวิชาเลือก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวิทย์-คณิต กลุ่มภาษา-สังคม และกลุ่มศิลป์-ธุรกิจ เมื่อจบมัธยมต้นหรือเกรด 10 จะมีข้อสอบกลางวัดผล เพื่อเข้าสู่ระดับเกรด 11-12 หรือเรียกว่าระดับหลักสูตร ISC ในระดับนี้มักจะมีวิชาที่ต้องเรียน 7 วิชา โดยมีวิชาบังคับ 3 ตัว และวิชาเลือก 4 ตัว เมื่อนักเรียนเรียนจบจะมีการสอบวัดผลอีกครั้ง โดยหากผ่านนักเรียนจะสามารถไปเรียนต่อในประเทศอังกฤษได้ทันที การเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการมักไม่มีปัญหา
          4.Pre-University เป็นระบบที่ถูกจัดหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยหนึ่ง ๆ แต่โดยทั่วไปมักคล้าย ๆ กัน หลักสูตรนี้จัดให้เรียนเฉพาะเกรด 11 และ 12 หลังจากจบเกรด 12 นักเรียนสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม หลักสูตรนี้จะมีปัญหาด้านการเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากโดยส่วนใหญ่จะมีวิชาบังคับเพียง 4 ตัวจาก 5 ตัว แต่หากมีวิชาบังคับครบถ้วนจะไม่มีปัญหาอะไร นักเรียนควรต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนเข้าเรียนในหลักสูตรนี้
          5.NIOS เป็นระบบเปิด หรือที่เรียกว่าการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งไม่แนะนำให้เข้าศึกษา เพราะการควบคุมดูแลไม่เหมือนระบบโรงเรียน ด้านวินัยและสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลสูงสำหรับการเรียนในระบบนี้
          ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาในอินเดีย แต่ถือได้ว่าเป็นระบบที่น่าสนใจไปเรียน เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่าระบบ International มาก (ค่าเล่าเรียนรวมที่พัก และอาหารของนักเรียนต่างชาติในโรงเรียนชั้นนำระบบอินเดียโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 1-3 แสนบาทต่อปี ส่วนโรงเรียนชั้นนำในระบบ International อยู่ระหว่าง 2.5-7 แสนบาทต่อปี) ที่สำคัญความเป็นตะวันตกมีน้อยกว่า และระเบียบวินัยยังมีความชัดเจนมากกว่า แต่หากผู้ปกครองตัดสินใจว่าบุตรหลานจะไปศึกษาต่อยังประเทศตะวันตกแน่นอน และมีทุนทรัพย์เพียงพอ ระบบ International จะมีวิธีการสอนที่สามารถสร้างแนวคิดให้เด็กเปิดสู่การเรียนแบบตะวันตกที่ชัดเจน เด็กจะมีความเป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจมาก แต่ก็มีทั้งข้อดีข้อด้อย 
          นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยจากผู้ปกครองจำนวนมากว่า จำนวนนักเรียนไทยในโรงเรียนนั้น ๆ และจำนวนนักเรียนต่อห้องมีมากแค่ไหน รวมถึงโรงเรียน International ในอินเดีย จริง ๆ แล้วสอนด้วยระบบ International จริง ๆ หรือไม่ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นระบบสอนควบ (Parallel Study) ซึ่งแน่นอนค่าใช้จ่ายจะไม่เท่ากับการเรียนในระบบต่างชาติจริง ๆ จึงขอกล่าวทิ้งท้ายว่าโรงเรียนที่สอนในระบบ International จริง ๆ และขึ้นทะเบียนเป็นโรงเรียนอย่างถูกต้องกับรัฐบาลอินเดีย อาทิ ระบบ IB ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 20-30 แห่งเท่านั้น

          (ดาวน์โหลดข้อความพิมพ์ 60106119 แล้วส่ง SMS มาที่ 4264444)

 


 




 
  อ่านข่าวย้อนหลัง...ในหมวดเดียวกัน
   Bath, Salisbury and Stonehenge ...
   เทศกาลดนตรีประจำปี ...
   California State University East Bay ...
   นักเรียนทุนบุกลอนดอน ...
   เรียนอินเดียประหยัดค่าใช้จ่าย ...