นักศึกษาผ่าตัดไส้ติ่งนอนแค่ 2 วัน ค่าใช้จ่าย 700,000 บาท... นักเรียนติดเชื้อในทางเดินอาหาร ค่ารักษาเฉียดล้าน... จะมีใครช่วยเหลือดูแลลูก ยามห่างไกลบ้าน... สิ่งเหล่านี้เกิดกับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนที่กำลังจะส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ระยะทางที่ห่างไกลกันทำให้ความรู้สึกห่วงใยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ มีคำถามผุดขึ้นในใจมากมายว่าลูกจะอยู่อย่างไร อาหารการกินดีหรือไม่ จะเรียนทันเพื่อนไหม ปรับตัวกับสภาพอากาศได้หรือเปล่า และที่สำคัญ เจ็บป่วยขึ้นมาใครจะเป็นคนดูแล ส่วนค่ารักษาในโรงพยาบาลต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง คำถามสุดท้ายนี้ การทำประกันอุบัติเหตุและสุขภาพสำหรับนักเรียนไปศึกษาต่อต่างประเทศจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุด โดยสามารถช่วยแบ่งเบาภาระความรู้สึกและความกังวล รวมทั้งสบายกระเป๋าของผู้ปกครองได้ นักเรียน นักศึกษาที่กำลังเตรียมหลักฐานเอกสารเพื่อขอวีซ่าไปเรียนต่อในสหภาพยุโรป ต้องยื่นประกันสุขภาพประกอบการพิจารณาวีซ่าทุกครั้ง โดยมีวงเงินค่ารักษาการเจ็บป่วยขั้นต่ำ 1.5 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถานทูต หรือการลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ผู้เรียนต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพรายปีตลอดหลักสูตร ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศเหล่านั้นไม่ต้องการแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลให้กับคนต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ จึงบังคับให้ต้องทำประกันสุขภาพทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดหรือเจ็บป่วยที่ไม่คาดฝันจากการเปลี่ยนสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม คนเหล่านั้นมีเงินจ่ายค่ารักษาแน่นอน ผู้ปกครองเองก็สบายใจที่จ่ายเบี้ยประกันเล็กน้อยเพียงหลักหมื่นเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเทอม แต่สามารถเบิกค่ารักษาได้หลักล้าน ไม่ต้องชิงร้อยชิงล้านแต่อย่างใด ผู้ปกครองหลายท่านเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าได้ทำประกันชีวิตและอุบัติเหตุให้บุตรหลานเรียบร้อยแล้วสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงกับสถานทูตได้ แต่จริง ๆ แล้วกรมธรรม์ที่ซื้อจากบริษัทประกันชีวิตนั้นนำไปใช้ไม่ได้ ต้องเป็นกรมธรรม์จากบริษัทประกันวินาศภัยเท่านั้น เนื่องจากเงื่อนไขและรายละเอียดปลีกย่อยมีความคุ้มครองแตกต่างกันมาก เช่น -กรมธรรม์จากบริษัทประกันชีวิตจะจำกัดวงเงินค่ารักษาพยาบาลในแต่ละวัน เช่น เบิกเคลมได้วันละไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน แต่กรมธรรม์จากบริษัทประกันวินาศภัย สามารถเบิกจ่ายได้เต็มจำนวนค่ารักษาหรือแบบเหมาจ่าย ถึงแม้จะนอนโรงพยาบาลเพียงวันเดียวก็ตาม -กรมธรรม์จากบริษัทประกันชีวิตมีความคุ้มครองในเรื่องชีวิต การเจ็บป่วยและอุบัติเหตุเท่านั้น แต่กรมธรรม์จากบริษัทประกันวินาศภัยยังมีความคุ้มครองที่น่าสนใจอีก เช่น ผลประโยชน์ชดเชยค่าลงทะเบียนเรียน หากจำเป็นต้องหยุดพักการเรียน หรือผลประโยชน์ชดเชยการเดินทางไปเยี่ยมบุตรหลานของผู้ปกครอง หรือผลประโยชน์ชดเชยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เป็นต้น คนส่วนใหญ่เมื่อทำประกันแล้วมักเข้าใจผิด คิดว่ากรมธรรม์คุ้มครองทุกสิ่งทุกอย่างทุก ๆ การเจ็บป่วย และทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่จริง ๆ แล้วยังมีเงื่อนไขหลายประการที่เป็นข้อยกเว้นและไม่คุ้มครอง ไม่สามารถเบิกเคลมได้ ดังนั้นผู้เอาประกันควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจโดยถ้วนถี่ ศึกษาข้อยกเว้นเรื่องการเจ็บป่วยหรือกิจกรรมใดบ้างที่ไม่คุ้มครอง ศึกษาประเทศที่ไม่ได้รับความคุ้มครองหากเดินทางไป ศึกษาวิธีการติดต่อขอรับบริการกับศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และที่สำคัญต้องพก insurance card ติดตัวกับ passport เสมอ เมื่อเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือตำรวจสามารถสืบค้นข้อมูลจากสองสิ่งนี้เพื่อติดต่อผู้ใกล้ชิดให้เร็วที่สุด (ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.pieindiastudy.com)
(ดาวน์โหลดข้อความพิมพ์ 60105959 แล้วส่ง SMS มาที่ 4264444)